เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม ปี 1996 ในระหว่างที่กระสวยอวกาศโคลัมเบียปฏิบัติภารกิจโคจรรอบโลก นักบินอวกาศบนยานได้ใช้กล้องถ่ายภาพมือถือบันทึกภาพวัตถุประหลาดชิ้นหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในพื้นที่ว่างเปล่าของอวกาศ ซึ่งภาพถ่ายชุดนี้ประกอบไปด้วยภาพถ่ายจำนวน 3 ภาพที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของวัตถุชิ้นนี้ ลักษณะทางกายภาพของวัตถุดังกล่าวถูกบรรยายไว้ว่ามีสีขาวสว่างคล้ายกับเซรามิก และมีความสามารถในการสะท้อนแสงสูงมาก จนส่งผลให้การถ่ายภาพให้มีความคมชัดในระดับสูงนั้นทำได้ยากลำบาก จากการวิเคราะห์เบื้องต้นโดยผู้ติดตามปรากฏการณ์นี้ มีการประเมินว่าวัตถุดังกล่าวอาจมีขนาดกว้างประมาณ 50 เมตร และมีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปมาในวงโคจร ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ ในรายงานเชิงวิเคราะห์ได้มีการจำแนกประเภทของวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ออกเป็นกลุ่มต่างๆ โดยวัตถุที่พบในภารกิจนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 'เซรามิกสีขาว' ซึ่งมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงที่โดดเด่น ต่างจากวัตถุประเภทโลหะ หรือวัตถุสีดำที่ไม่สะท้อนแสง รวมถึงกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์หรือพลาสมา สำหรับภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้น มีการระบุว่ามีการปรับแต่งค่าความเข้มของเงาในภายหลัง เพื่อให้รายละเอียดของวัตถุมีความชัดเจนขึ้น เนื่องจากแสงที่สะท้อนจากตัววัตถุมีความสว่างจ้ามากเกินไปจนทำให้รายละเอียดพื้นผิวส่วนใหญ่เลือนหายไปในภาพต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อเหตุการณ์นี้มีความแตกต่างกันออกไป บางแหล่งข้อมูลได้ตั้งข้อสังเกตถึงความสามารถของวัตถุในการเข้าใกล้กระสวยอวกาศในระยะที่สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า พร้อมทั้งมีการตั้งสมมติฐานถึงเทคโนโลยีที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับส่งข้อมูลหรือการสำรวจทางจิตวิทยาของมนุษย์ในขณะนั้น เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในบันทึกที่ถูกนำมาหยิบยกเพื่อถกเถียงถึงปรากฏการณ์เหนือชั้นบรรยากาศโลก แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมากว่าหลายทศวรรษ แต่ภาพถ่ายจากภารกิจโคลัมเบียยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกนำมาวิเคราะห์ในเชิงเทคโนโลยีการบินและปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้จนถึงปัจจุบัน
แหล่งที่มา: UFO Sightings Daily
โพสต์เมื่อ